2006/Mar/29

นี่เป็นฟิคที่ร่วมกันแต่งงับ แต่ปรับซะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้วอ่ะเหอเหอ ไงๆก้ลอง

อ่านดูน่อ เพราะมันเป็นฟิคที่เพื่อน(เอ็งแก่กว่าไม่ใช่เรอะ)ผู้น่าภาคภูมิใจของป๋ม

เป็นคนแต่ง^^

Credit : Kistuna คุง บอร์ดดีเกรแมนงับ^^

นิทานก่อนนอนของศาสนจักรแห่งความมืด คันพันเซล!!?

กาลครั้งหนึ่งเรื่องจริงไม่อิงนิยาย มีสามีภรรยาคู่หนึ่งพวกเขาอยากมีลูกมาก แต่พระผู้เป็นเจ้าก็ไม่เคยทำให้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมา ในบ้านหลังน้อยที่พวกเขาอาศัยอยู่มีหน้าต่างเล็กๆบานหนึ่ง เมื่อมองออกไปทางหน้าต่าง พวกเขาจะได้เห็นสวนที่แสนสวยงามแห่งหนึ่งซึ่งล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงสูงใหญ่ ในสวนนี้มีพืชสมุนไพรและพืชหน้าตาแปลกประหลาดที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนขึ้นอยู่ในแปลงเพาะปลูกอย่างเรียบร้อย แต่ไม่เคยมีใครกล้าเข้าไปข้างในสวน เพราะเจ้าของสวนแห่งนี้คือ ท่านเคาน์ทพันปี และเพราะพวกพืชเหล่านี้อาจจะงับเอาก็เป็นได้โดยเฉพาะเจ้าดอกไม้น้อยฟันแหลมนี้ด้วย

สามีมีชื่อว่า อเลสเตอร์ โครวรี่

ส่วนภรรยา นาม เอริอาเด

ขณะที่ภรรยากำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หล่อนก็ได้เห็นแปลงดอกไม้น้อยแสนสวยแปลงหนึ่ง ดอกไม้ทั้งสีสวยทั้งสด ดูน่ารับประทานเป็นยิ่งนัก หล่อนอยากกินเจ้าดอกไม้เหล่านั้นสักต้นหนึ่ง แต่ก็รู้ว่าความปรารถนาไม่อาจเป็นไปได้ ทุกครั้งที่ได้เห็นแปลงดอกไม้ฟันแหลมที่พยายามจะงับเพื่อนบ้านที่เดินเฉียดเข้าไปใกล้ ความต้องการของหล่อนก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ นานวันเข้าหล่อนก็ตรอมใจจนซูบผอม สามีสังเกตเห็นเข้าจึงเอ่ยปากถามว่า

\"เจ้าป่วยหรือ ทำไมถึงได้ผ่ายผอมลงขนาดนี้\"



\"อา หากข้าไม่ได้กินดอกไม้จากสวนนั่น ข้าคงถึงแก่ความตายเป็นแน่\" ภรรยาตอบ



โครวรี่กลัวว่าภรรยาที่รักจะตาย เขาจึงตัดสินใจเข้าไปในสวนเพื่อขโมยดอกไม้นั้นมาให้หล่อนโดยหารู้ไม่ว่ามีAKUMAตัวหนึ่งแอบซุ่มดูเขาอยู่ ทันทีที่ได้เจ้าดอกไม้เคราะห์ร้าย เอริอาเดก็นำมันไปปรุงเป็นสลัด และทานอย่างหิวกระหาย มันอร่อยเหมือนอย่างที่หล่อนคิดไว้และรอคอยมาเนิ่นนาน

แต่มนุษย์นั้นไซร้ เมื่อได้ลิ้มรสแล้วครั้งหนึ่งย่อมต้องการลิ้มรสชาติของมันอีกครั้งเพื่อสนองความอยากที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เอริอาเดจึงได้อ้อนวอนสามีสุดที่รักอีกครั้งให้ไปขโมยดอกไม้แสนอร่อยนี้อีก

ด้วยความที่รักภรรยา โครวรี่จึงยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อตอบสนองความต้องการของหล่อนอีกครั้ง เขาปีนข้ามเข้าไปในสวนด้วยความหวาดกลัว ทันทีที่ขาของเขาเหยียบพื้นดินอ่อนนุ่ม เขาก็ถูกAKUMAตัวหนึ่งตรงเข้ามาจับตัวเขาเอาไว้ แล้วผู้สั่งการของมันก็ก้าวออกมาจากเงามืด เขาพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเนื่องนิตย์ ที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะมีความรู้สึกเดียวกับใบหน้าด้วยรึเปล่า

\"เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงแอบปีนเข้ามาในสวนของข้าน่ะ ขอรับกระผม\" ท่านเคาน์ทพันปีนั่นเอง เขายืนเท้าสะเอวอยู่ด้านหลัง ดวงตาเป็นประกายอย่างยากจะคาดเดา \"เธอใช่ไหมที่ขโมยดอกไม้แสนน่ารัก?ของกระผมไป เจ้าหัวขโมยต่ำช้าน่ะ ขอรับกระผม\"

\"ได้โปรดเมตตาด้วยเถอะ\" โครวรี่ขอร้องอย่างน่าเวทนาทั้งน้ำตานองหน้า \"ภรรยาของข้าอยากทานดอกไม้เหล่านี้มาก หล่อนอาจจะตายได้หากว่าหล่อนไม่ได้กินมัน\

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ขุนนางพันปีจึงเอ่ยขึ้นว่า \"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง กระผมก็ยินดีให้เธอเอาดอกไม้แสนน่ารัก?นี่กลับไปอีกได้ จะเอาไปสักกี่ต้นก็ได้ แต่เธอต้องมีสิ่งหนึ่งมาแลกเปลี่ยน สิ่งนั้นคือบุตรคนแรกที่ภรรยาของเธอคลอดออกมา เธอต้องนำเด็กมาให้กับกระผม กระผมจะเลี้ยงดูเด็กนั่นเองขอรับกระผม/"

ด้วยความที่รักภรรยาเหนือสิ่งใดเขาจึงตอบตกลง และนำดอกไม้เคราะห์ร้ายต้นใหม่ไปให้ภรรยาตามที่นางต้องการ

ต่อมาไม่นาน ภรรยาก็คลอดบุตรชาย ขุนนางพันปีปรากฏกายขึ้นข้างเตียงของหล่อน เขาตั้งชื่อเด็กน้อยว่า "คันดะ ราพันเซล" ซึ่งแปลว่าผลแห่งต้นผักกาด(เจ้าดอกไม้น้อยกัดเจ็บนั่นอยู่ในตระกูลผักกาด..ปล.นี่คือเรื่องที่สมมติขึ้น))เพื่อย้ำเตือนในสิ่งที่พ่อและแม่ของเด็กได้กระทำไว้ ขายลูก...เพื่อแลกกับความตะกละตะกลามอันโง่เง่า และความรักที่ทำให้ตาบอด ซึ่งไม่น่าให้อภัย หลังจากนั้นเขาก็พรากเด็กน้อยไปจากอ้อมอกแม่ตลอดกาล...

เด็กน้อยถูกท่านเคาน์ทพันปีเลี้ยงมาแบบเด็กผู้หญิง ให้แต่งตัวเป็นเหมือนกันเด็กหญิงทั่วไป ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ว่าอะไรคงจะเพราะชินแล้ว แต่ถ้าหากมีใครเรียกเขาเป็นเด็กผู้หญิง(ยกเว้นท่านเคาน์ท) คนผู้นั้นก็จะต้องถูกดาบมุเก็นคู่ใจเจื๋อนทิ้งไปทุกซะราย

คันดะ(ราพันเซลเป็นชื่อจริง คันดะเป็นชื่อเล่น)เติบโตขึ้นจนกลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาสะสวย เมื่อเขาอายุ12ปี ท่านเคาน์ทพันปีจึงนำตัวเขาไปขังไว้บนหอคอยสูงลิบในป่าอันมืดทึบ ที่ซึ่งไม่มีทั้งประตูและบันได มีเพียงหน้าต่างเล็กๆบานหนึ่งบนยอดของหอคอยเท่านั้น หากเขาต้องการขึ้นไปบนหอคอย เขาจะร้องเรียก คันดะ

\"คันดะ คันดะ หย่อนผมของเธอลงมาที ขอรับกระผม\"

คันดะมีผมที่ยาวมาก เส้นผมสีดำนุ่มสลวยราวกับไหมราคาแพง เมื่อเขาได้ยินเสียงของท่านเคาน์ทพันปี เขาก็จะถักผมเป็นเปีย แล้วหย่อนผมของเขาลงไปทางหน้าต่าง เพื่อให้ท่านเคาน์ทปีนขึ้นมาบนหอคอย(คงจะเจ็บหน้าดู)

สองปีต่อมา เจ้าชายองค์หนึ่งเดินหลงทางเข้ามาในป่า และบังเอิญพบหอคอยของท่านเคาน์ทพันปีเข้า พระองค์ได้ยินเสียงเพลงที่แสนไพเราะลอยออกมาจากหน้าต่างเล็กๆบนหอคอย เสียงเพลงหวานซึ้งจนเจ้าชายอเลนอดไม่ได้ที่จะหยุดฟัง เจ้าชายอยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น แต่พระองค์ก็ไม่สามารถปีนขึ้นไปบนหอคอยได้ พระองค์จึงยอมตัดใจเดินหลงทางจนกลับกลับปราสาทได้สำเร็จ แต่เสียงเพลงก็ยังคงตราตรึงในจิตใจอยู่ไม่จางหาย

ทุกๆวัน เจ้าชายจะมาที่หอคอย เพื่อฟังราพันเซลร้องเพลง วันหนึ่ง เจ้าชายอเลน ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้ ในขณะที่พระองค์กำลังจะลงจากต้นไม้ พระองค์ก็เหลือบไปเห็นขุนนางพันปีเดินตรงมาที่หอคอย เขาเงยหน้าและร้องตะโกนว่า

\"คันดะ คันดะ หย่อนผมของเธอลงมาที ขอรับกระผม\"

คันดะได้ยินดังนั้นก็ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่าง แล้วหย่อนผมเปียสีดำสนิทของตนลงมา เจ้าชายเห็นดังนั้น จึงได้รู้ว่าหนทางเดียวที่จะขึ้นไปบนหอคอยได้ คือต้องร้องเรียก คันดะ เท่านั้น วันต่อมา ยามใกล้ค่ำ เจ้าชายจึงมาที่หอคอยและตะโกนเรียก คันดะ เบาๆ

\"คันดะ คันดะ หย่อนผมของเจ้าลงมาสิ\" คันดะเองก็แปลกใจเล็กน้อยที่พ่อขุนนางพันปีไม่ต่อว่า ขอรับกระผม แต่ก็ไม่คิดอะไรมากไปกว่า//คงลืมล่ะมั้ง//แล้วก็ก้มหน้าก้มตาถักผมเปียของตนเพื่อเป็นบันไดทางขึ้น

ทันใดนั้น ผมเปียสีรัตติกาลมืดมิดก็หย่อนลงมาจากบนหอคอย เจ้าชายอเลนไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปทันที เมื่อคันดะเห็นว่าผู้ที่ปีนขึ้นมาหาใช่พ่อขุนนางพันปีไม่ หากแต่เป็นบุรุษผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่เคยพบมาก่อน เขาก็รู้สึกตกใจป็นอันมาก เจ้าชายจึงรีบแนะนำตัวเองก่อนที่จะถูกมุเก็นของคันดะฟัน พระองค์สารภาพว่าได้มาฟังเขาร้องเพลงทุกวัน และอยากทำความรู้จัก คันดะจึงคลายตกใจและลดดาบลง

เจ้าชายอเลนขอให้คันดะแต่งงานกับพระองค์ คันดะมองดูเจ้าชายและคิดในใจว่า \'บางทีเจ้าชายอาจจะรักข้ามากกว่า ท่านเคาน์ทพันปีก็เป็นได้\' เขาคิดแล้วจึงยอมตกลงอย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มวางมือเรียวเล็กลงบนฝ่ามือแข็งแรงของเจ้าชาย และเอ่ยขึ้นว่า

\"ข้ายินดีจะตามท่านไปแต่ข้าไม่รู้ว่าจะลงไปจากหอคอยได้อย่างไร ทุกครั้งที่ท่านมาพบข้า ท่านต้องนำด้ายมาให้ข้า ข้าจะได้ถักเป็นเชือก เพื่อใช้ไต่ลงจากหอคอย\"

เจ้าชายอเลนตกลง เขานำมัดด้ายมากมายมาให้คันดะทุกครั้งที่เขามาลอบพบเด็กหนุ่ม โดยที่ท่านเคาน์ทพันปีไม่สังเกตเห็น จนกระทั่งวันหนึ่ง คันดะพูดกับเขาว่า

\"ทำไมท่านจึงต้องขังข้าไว้ที่นี่ ท่านโหดร้ายกับข้าเหลือเกิน สู้เจ้าชายก็ไม่ได้ พระองค์ใจดีกว่าท่านมากนัก และเขาก็จะมาที่นี่ในอีกไม่ช้านี้แล้ว\"

\"เจ้าเด็กชั่วร้าย\" ขุนนางพันปีตะโกนลั่น \"กระผมอุตส่าห์กีดกันเธอออกจากโลกภายนอก แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังหลอกลวงกระผม แอบลอบพบกับไอ้หนุ่มนั่น\" เขารู้สึกโกรธแค้นเป็นยิ่งนัก เขาจึงตัดเส้นผมแสนสวยของคันดะออกมา แล้วพาเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารไปทิ้งไว้กลางทะเลทราย ที่ซึ่งหล่อนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวและหิวกระหาย

ในวันนั้นเอง เจ้าชายก็มาหาคันดะเช่นเคย เมื่อเขาร้องเรียก ผมสีสีรัตติกาลเส้นเดิมที่แสนคุ้นเคยก็ถูกหย่อนลงมาจากด้านบนหอคอย เจ้าชายรีบปีนขึ้นไปด้วยหวังจะได้เห็นหน้าบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ทว่า สิ่งที่เขาได้พบกลับกลายเป็นชายชรา(รึเปล่า?)หน้าตายิ้มแย้ม ดวงตาของเขามีแววโกรธแค้นอย่างแสนสาหัสแอบซ่อนอยู่ ขุนนางพันปียิ้มอย่างชั่วร้าย และเอ่ยกับเจ้าชายว่า \"เจ้าสูญเสียบุคคลที่เจ้ารักไปเสียแล้ว และเจ้าจะไม่มีวันได้เห็นเขาอีก\"

เจ้าชายอเลนรู้สึกเศร้าโศกเหลือคณานับ สติสัมปชัญญะไม่อยู่กับตัว และเผลอพลัดตกลงจากหอคอย ต้นหนามแหลมคมซึ่งรออยู่บนพื้นด้านล่างหอคอยทิ่มเข้าไปในดวงตาของพระองค์และทำให้ดวงตาข้างซ้ายมืดบอดไปตลอดกาล เจ้าชายต้องคลำเปะปะหาทางออกจากป่า และตามหาคันดะด้วยดวงตาซึ่งมองเห็นเพียงข้างเดียว

พระองค์เดินทางร่อนเร่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงทะเลทรายซึ่งคันดะอาศัยอยู่กับลูกฝาแฝดสองคนซึ่งเขาให้กำเนิดมา เจ้าชายจำเสียงของเขาได้ พระองค์ร้องเรียก บุคคลอันเป็นที่รักด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าเกินทน เมื่อคันดะเห็นว่าพระองค์เป็นใคร เขาก็รีบวิ่งมาประคอง เด็กหนุ่มร่ำไห้ด้วยความสงสารสามี เมื่อน้ำตาของคันดะหยดลงบนดวงตาของเจ้าชายอเลน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด เจ้าชายสามารถมองเห็นได้อีกครั้ง พระองค์เห็นใบหน้าบุคคลอันเป็นที่รัก และลูกฝาแฝดชายหญิง(ราบี้ รินารี่) ในที่สุด เจ้าชายก็พาภรรยา(?)และลูกกลับไปที่ปราสาท และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

The End

P.sเรื่องนี้ผมได้นำเรื่องราพันเซลที่คนอื่นเขียนเป็นฟิคนิทานมาเปลี่ยนเป็นฟิคนิทานก่อนนอนของศาสนาจักรแห่งความมืดไปซะแล้ว


เป็นไงงับหนุกกันป่าว เพื่อน(ไม่ยอมรับว่าแก่)อิฮั้นเก่งใช่ม้าเหอเหอ บายยยยยยยยยยย^^



edit @ 2006/03/29 23:28:45
edit @ 2006/03/30 11:14:56
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เหอะๆๆ อ่านแล้ว
แต่ว่ามันเหมือนกันในบอร์ดป่าวอ่ะ ?
งิน คิระ น่ารักเว้ยยยย
#1  by  涙★るい At 2006-03-30 07:10, 

<< Home